ป้องกันลูกถูกลักพาตัวมีวิธีอย่างไร …


ป้องกันลูกถูกลักพาตัวมีวิธีอย่างไร …

โดย พญ. สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

ข้อพึงระวัง เพื่อช่วยให้ลูกปลอดภัย

1.อย่าให้ลูกใส่เสื้อผ้า หรือหมวกที่มีชื่อติดอยู่ เพราะจะทำให้ผู้ร้ายเรียกชื่อลูกได้อย่างถูกต้อง เป็นการทำให้เด็กไว้ใจ ให้เขียนชื่อไว้ด้านในของเสื้อผ้า ไม่ให้เห็นโดยง่าย

2.สอนให้ลูกรู้ว่า ผู้ร้ายมาได้ทุกรูปแบบ อาจเป็นคนที่ดูเป็นมิตร เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ ถ้าเป็นเด็กเล็กๆ ให้สอนลูกให้รู้ว่า คนไหนเป็นคนไม่แปลกหน้า นอกนั้นที่เหลือ คือ คนแปลกหน้า

3.สอนให้ลูกรู้จักชื่อจริงของตัวเอง อายุ เบอร์โทรศัพท์ บ้านเลขที่

4.สอนวิธีโทรศัพท์ทางไกลผ่านโอเปอเรเตอร์ แบบเรียกเก็บเงินปลายทาง

5.สอนวิธีติดต่อพ่อแม่ หรือญาติ ในกรณีฉุกเฉิน หรือ ติดต่อเพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ วิธีโทรหาตำรวจ รถดับเพลิง หรือ รถพยาบาล ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือดังกล่าว

6.หากลูกอยู่บ้านคนเดียว ถ้ามีคนโทรมา สอนลูกให้ตอบไปว่า พ่อแม่อยู่บ้าน แต่กำลังยุ่ง มารับสายไม่ได้

7.หากลูกอยู่บ้านคนเดียว ถ้ามีคนมา อย่าเปิดประตู ให้บอกว่าพ่อแม่กำลังยุ่งอยู่ ให้คนแปลกหน้ากลับไปก่อนแล้วค่อยมาใหม่ สอนลูกว่าอย่าพูดคุยกับคนแปลกหน้ายืดเยื้อ ถ้าลูกกลัว ให้โทรหาคุณที่ทำงาน หรือ ตำรวจ หรือ เพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ เพื่อจะได้มีคนมาที่บ้านได้ทันที

8. สอนให้ลูกรู้จักขออนุญาตพ่อแม่ทุกครั้งก่อนที่จะรับของขวัญจากคนแปลกหน้า

9.สอนให้ลูกวิ่งกลับบ้านทันที หรือ ไปบ้านเพื่อนบ้าน หรือ วิ่งไปในที่มีคนอยู่เยอะๆ หากมีคนแปลกหน้าเดินเข้ามาหา หรือ ทำให้ลูกกลัว ขณะที่ลูกกำลังอยู่คนเดียว

10.หากมีคนขับรถตามลูกขณะลูกเดินอยู่ ให้ลูกวิ่งกลับไปในทางเดิม เพราะรถจะเสียเวลาวกรถกลับ อาจทำให้เลิกติดตาม แต่ถ้ายังติดตามอยู่ให้วิ่งกลับบ้าน ไปบ้านเพื่อนบ้าน หรือไปในที่มีคนอยู่เยอะๆ และควรสอนให้ลูกหัดจำลักษณะของคนขับ ลักษณะของรถ และหมายเลขทะเบียนรถ

11.สอนลูกว่า ถ้ามีผู้ใหญ่มาขอความช่วยเหลือจากเด็ก ให้รีบบอกพ่อแม่ ครู หรือผู้ใหญ่คนอื่นมาช่วยเหลือแทน เพราะผู้ร้ายอาจแฝงมาทำทีเป็นขอความช่วยเหลือจากเด็กก็ได้

12. ถ้าลูกพลัดจากพ่อแม่ในห้างสรรพสินค้า ให้ลูกตรงไปขอความช่วยเหลือจากพนักงานขาย หรือพนักงานเก็บเงิน

13.ตำรวจในเครื่องแบบเป็นบุคคลที่ลูกไว้ใจ และขอความช่วยเหลือได้หากลูกมีปัญหา จึงไม่ควรขู่ลูกให้กลัวตำรวจ

——————————————————

ขอบคุณข้อมูลจาก : พญ. สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

ภาพประกอบจาก : อินเตอร์เน็ต

Original article from : http://5qkids.blogspot.com/2013/06/blog-post.html