‘สำลักอาหาร’ เรื่องควรระวังของเจ้าหนูวัยซน


‘สำลักอาหาร’ เรื่องควรระวังของเจ้าหนูวัยซน

สำลักอาหาร

‘สำลักอาหาร’ เรื่องควรระวังของเจ้าหนูวัยซน

เด็กเล็กในช่วงวัย 1-3 ปีนี้ สามารถเรียกได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็นช่วงของ ‘เด็กวัยซน’ พวกเขาสามารถทำให้คุณพ่อคุณแม่มีเหตุการณ์ลุ้นระทึก ใจหายใจคว่ำได้ไม่เว้นแต่ละวัน แม้แต่ ‘ยามกิน’ คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้เจ้าจอมซนประจำบ้านมีอาการที่เรียกว่า ‘สำลักอาหาร’

โดยมากอาการสำลักมักเกิดขึ้นกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี เนื่องจากเด็กในช่วงวัยนี้มักมีความอยากรู้อยากเห็น และชอบหยิบสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ไปใส่ในช่องจมูกหรือเอาเข้าปาก อีกทั้งเด็กในวัยนี้การเติบโตของฟันกรามยังขึ้นไม่ครบสมบูรณ ์ จึงทำให้การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดเพียงพอ จนอาจส่งผลให้มีอาการสำลักอาหารได้ และด้วยความที่ยังเป็นเด็กเล็ก ทางเดินหายใจยังมีขนาดเล็ก ดังนั้น แม้เ้พียงอาหารชิ้นเล็กๆ หากหลุดเข้าไปอุดกั้นก็อาจทำให้เป็นอันตรายถึงขั้นร้า้ยแรงได้ด้วย เหตุนี้จึงเป็นหน้า้ที่ของคุณพ่อคุณแม่ในการป้องกันการสำลักอาหารของเด็กๆ ซึ่งสามารถทำได้ง่า่ยๆ ดังนี้

รูปร่างต้องระวัง

โดยมากอาหารที่มีรูปร่างยาวๆ คล้ายหลอด หรือมีลักษณะเป็นวงกลม วงรี มักจะทำให้เด็กๆสำลักอยู่บ่อยครั้ง เช่น ไส้กรอก เส้นก๋วยเตี๋ยว องุ่น แครอต ถั่ว ลูกอม เป็นต้น ดังนั้นคุณพ่อ คุณแม่ควรดูแูลอย่า่งใกล้ชิด

ปริมาณต้องไม่มาก

เวลาที่จัดแบ่งของกินให้เด็กๆ ได้ตัก หรือหยิบกินเอง คุณพ่อคุณแม่ควรตักแบ่งให้แต่น้อย อาจให้แค่ 1-2 ชิ้น และค่อยเติมเข้าไปใหม่เมื่อเด็กๆ ต้องการเพิ่ม เพราะหากให้ในปริมาณที่มากเกินไป เด็กๆ ก็จะตักหรือหยิบเข้า้ปาก และเคี้ยวกลืนเข้า้ไปในครั้งเดียว ซึ่งจะส่งผลให้มีการสำลักอาหารได้ง่าย

ขนาดต้องพอเหมาะ

ของกินที่มีขนาดเล็กหรือถูกหั่นให้เป็นชิ้นเล็กเกินไป อาจหลุดเข้าไปอุดในหลอดลมของเด็กๆ ได้ ในขณะที่ของกินที่มีชิ้นใหญ่เกินไปก็จะทำให้เด็กๆ เคี้ยวได้ยากลำบาก และทำให้สำลักได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ ควรหั่นให้เป็นชิ้นขนาดพอดีคำของลูก และไม่ควรมีขนาดใหญ่กว่าครึ่งนิ้ว

เปลือกก้างเมล็ดต้องดูให้ดี

เด็กในวัยนี้ยังเล็กเกินไปที่จะหยิบ หรือคายสิ่งแปลกปลอมออกมาได้เ้อง ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ ที่ต้องกำจัดสิ่งเหล่านี้ออกไปให้หมดก่อนที่จะนำมาให้เด็กๆ กิน เช่น เปลือกองุ่น เปลือกแอปเปิ้ล เมล็ดแตงโม เมล็ดองุ่น ก้างปลา กระดูกเป็นต้น

ลักษณะอาหารก็ต้องใส่ใจ ลักษณะอาหารที่ต้องระวังเป็นพิเิศษมีดังนี้

 ของกินที่มีควมลื่น หนืด เช่น หมากฝรั่ง เยลลี่ มารช์เมโล่ วุ้นเส้น ขนมจีน เส้นพาสต้า เป็นต้น

 ของกินที่มีเนื้อแข็ง เช่น ลูกอม ผักดิบ (แครอต ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ฯลฯ) เมล็ดถั่ว เมล็ด ธัญพืช

 ของกินที่แห้ง ค่อนข้างแข็ง เคี้ยวลำบาก เช่น ข้าวโพดคั่ว ขนมปังที่มีเนื้อแน่น ค่อนไปทางแข็ง ลูกเกด

 ของกินที่มีลักษณะเป็นเส้นใย หรือเหนียว เช่น เนื้อสเต็ก เนื้อย่าง ผักที่มีเส้นใยเคี้ยวลื่น (ยอดตำลึง ผักบุ้ง สายบัว ยอดฟักแม้ว บวบ ฯลฯ)

จากลักษณะของกินที่กล่าวมาข้างต้น ของกินบางอย่า่งก็ควรหลีกเลี่ยงไม่นำมาให้เด็กๆ กิน เช่น หมากฝรั่ง ลูกอม ข้า้ วโพดคั่ว หรือเยลลี่ ในขณะที่ของกินบางอย่างที่มีประโยชน์ก็ยังจำเป็นที่คุณพ่อคุณแม่จะนำมาปรุงให้เด็กๆ กิน เพียงแต่ว่าต้องหั่น ตัด และปรุง ให้เ้หมาะกับเด็กๆ เช่น ผัก ก็ ควรต้มหรือผัดให้สุก เพื่อให้มีเีนื้อนิ่ม เนื้อสัตว์ที่นำมาทำให้เด็กๆ กินก็ควรปรุงให้สุก หั่นชิ้นพอดีคำ เลือกเนื้อสัตว์ที่มีเนื้อนุ่ม เคี้ยวง่าย เช่น เนื้อปลา หรือเนื้อไก่ เส้นก๋วยเตี๋ยว ก็ควรตัดแบ่งให้สะดวกในการตักกินของเด็กๆ เป็นต้น

สภาพแวดล้อมต้องไม่เสี่ยง

การกินอาหารของเด็กๆ ควรเป็นในรูปแบบที่ใี่ห้เ้ด็กๆ ได้นั่งกินอย่า่งสบายๆ อาจนั่งร่วมโต๊ะ กินพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ โดยไม่มีสิ่งเร้า้อื่นๆ จากรอบข้า้ง มาดึงดูดความสนใจหรือมาทำให้เด็กๆ ไม่อยู่นิ่ง ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงบรรยากาศการกินของเด็กๆ ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เ้จ้า้จอมซนสำลักอาหารได้

ไม่ควรปล่อยให้เด็กๆ กินอาหารไปพร้อมๆ กับการเล่น เดิน วิ่ง หรือกระโดดไปด้วย

 ไม่ควรปล่อยให้เด็กๆ กินอาหารเองในขณะที่อยู่บนรถ โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ทันได้ดูแล

 ไม่ควรปล่อยให้เด็กๆ ป้อนอาหารหรือ กินข้า้วด้วยกันตามลำพัง แม้ว่า่เด็กก็อีกคนจะเป็นพี่ที่โี่ตกว่า่ก็ตาม

 ไม่รีบร้อนตักอาหารคำใหญ่เกินไปป้อนเด็กๆ และไม่ควรตักป้อนเพิ่มถ้า้ เขายังเคี้ยวไม่หมดคำ

เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จึงเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจ แม้จะเป็นของกินชิ้นเล็กๆ แต่ก็อาจทำให้เป็นปัญหาใหญ่ได้ ดังนั้นการดูแลอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคำนึงถึงอยู่เู่สมอค่ะ่

ที่มา นิตยสาร Mother&Care ฉบับเดือนกรกฎาคม 2556 Vol.9 NO.103

——————————————————

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสาร Mother&Care

ภาพประกอบจาก : อินเตอร์เน็ต

Original article from : http://www.motherandcare.in.th/