เตรียมพร้อมเพื่อฟันซี่น้อยๆของหนู

เตรียมพร้อมเพื่อฟันซี่น้อยๆของหนู

เตรียมพร้อมเพื่อฟันซี่น้อยๆของหนู

        การดูแลสุขภาพในช่องปากและฟันของเจ้าตัวน้อย เป็นสิ่งที่คุณแม่ควรใส่ใจและให้ความสำคัญ ซึ่งการดูแลในส่วนนี้ คุณแม่สามารถทำได้ตั้งแต่ลูกรักเริ่มดูดนมเลยค่ะ ไม่จำเป็นต้องรอจนฟันลูกขึ้น เพราะยิ่งเราดูแลสุขภาพในช่องปากดีแค่ไหน ก็ยิ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับฟันซี่เล็กๆที่กำลังจะขึ้นมามากขึ้นเท่า นั้น

ซึ่งการดูแลรักษาความสะอาดในช่องปากของลูกรัก สามารถจะแบ่งออกได้ ดังนี้

1)  วิธีการดูแลช่องปากก่อนฟันขึ้น ตั้งแต่ช่วงแรกเกิดถึงประมาณ 8 เดือน ส่วนใหญ่ลูกน้อยจะยังไม่มีฟันขึ้น  ซึ่ง ช่วงวัยนี้ เป็นช่วงที่หนูน้อยของเรายังช่วยเหลือตัวเองได้น้อยมาก คุณแม่จึงควรเป็นผู้ดูแลสุขภาพในช่องปากให้กับลูกรัก โดยทุกครั้งหลังดื่มนมเสร็จ แนะนำให้คุณแม่ประคองศีรษะลูกรักให้แหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย ใช้ผ้าสะอาด หรือใช้ผ้ากอซพันที่นิ้วชี้ข้างที่ถนัด แล้วใช้ผ้าชุบน้ำต้มสุกหมาด สอดนิ้วที่มีผ้าพันเข้าไปในปากและเช็ดอย่างเบามือ อาจเริ่มที่กระพุ้งแก้ม บนลิ้น ใต้ลิ้น เหงือกและเพดานปาก การเช็ดควรทำอย่างระมัดระวังเพราะช่องปากของลูกรักยังบอบบางอยู่นะคะ การเช็ดช่องปากให้สะอาด จะทำให้คราบน้ำนมที่เกาะอยู่ในช่องปากหลุดไปและช่วยลดอาการลิ้นเป็นฝ้าได้ ด้วยค่ะ

2)  วิธีการดูแลช่องปากเมื่อฟันซี่น้อยๆเริ่มขึ้น  เมื่อลูกน้อยมีอายุ 8 เดือนขึ้นไป เด็ก ส่วนใหญ่มักจะมีฟันซี่น้อยๆโผล่ขึ้นมาบ้างแล้ว (เด็กแต่ละคนจะมีฟันขึ้นช้าเร็วแตกต่างกันไปนะคะ)  เมื่อเห็นซี่ฟันชัดเจน   คุณแม่ก็สามารถจะเริ่มใช้แปรงสีฟันสำหรับแปรงฟันเด็กโดยเฉพาะ มาใช้ทำความสะอาดฟันซี่เล็กๆได้ โดยน้องที่ยังหยิบจับของได้ไม่สะดวก คุณแม่ยังคงต้องช่วยประคองศีรษะในท่าที่ลูกนอนหนุนตักคุณแม่เหมือนเดิม ให้น้องแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย ดึงกระพุ้งแก้มและริมฝีปากส่วนที่ จะแปรงของลูก เพื่อไม่ให้แปรงกระแทกถูกเหงือก และกระพุ้งแก้ม วางแปรงสีฟันให้ขนแปรงนาบกับตัวฟัน ถูแปรงไปมา ในแนวนอนให้ทั่วจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง ไม่ควรแปรงสลับกัน หลังจากแปรงเสร็จ ให้เช็ดออกด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำ และเมื่อน้องอายุประมาณ 1 ขวบหรือสามารถควบคุมการถือและจับแปรงสีฟันได้มั่นคงแล้ว คุณแม่ค่อยๆลองเปลี่ยนให้น้องแปรงฟันเองนะคะ

นอกจากการแปรงฟันที่ถูกวิธีแล้ว ยังมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆที่คุณแม่สามารถนำมาใช้ในการสอนลูกรักให้รู้จักและสนใจในสุขภาพปากและ ฟันได้ คือ

–      การเลือกแปรงสีฟันและยาสีฟัน ยาสีฟันที่ใช้ควรเป็นยาสีฟันสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ซึ่งคุณแม่ควรป้ายยาสีฟันแค่บางๆไม่ต้องเยอะมาก เพราะเด็กเล็กๆ อาจสำลักยาสีฟันได้ค่ะ สำหรับแปรงสีฟันควรเลือกขนแปรงที่มีความอ่อนนุ่ม และมีขนาดเหมาะกับแต่ละช่วงวัยของน้อง ถ้าให้น้องได้เป็นคนเลือกสีหรือแปรงที่มีลวดลายถูกใจ จะช่วยทำให้น้องรู้สึกอยากจะแปรงฟันมากขึ้นด้วยนะคะ

–      การสร้างความเคยชิน หากคุณแม่เช็ดบริเวณช่องปากและให้น้องรู้จักกับการแปรงฟันมาอย่างสม่ำเสมอ เช่น ทุกครั้งหลังดื่มนมเสร็จหรือหลังมื้ออาหารจะชวนน้องให้แปรงฟันหรือทำความ สะอาดช่องปากให้น้อง จะช่วยทำให้ลูกรักซึมซับและเรียนรู้ถึงประโยชน์และความจำเป็นของการดูแล สุขภาพปากและฟันไปด้วย รวมทั้งช่วยสร้างความเคยชิน เมื่อน้องค่อยๆโตขึ้นจนแปรงฟันได้เอง ก็จะเข้าใจและยอมรับว่าการแปรงฟันเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่ง

–      การสร้างประสบการณ์ที่ดีในการแปรงฟัน เด็กๆหลายคนไม่ชอบการแปรงฟัน เพราะอาจมีประสบการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับการแปรงฟันมาก่อน เช่น สำลักยาสีฟัน หรือโดนดุและทำโทษเวลาที่ไม่แปรงฟัน แนะนำคุณแม่ว่า อาจใช้นิทานเกี่ยวกับเรื่องการรักษาสุขภาพฟันมาชักจูงให้น้องคล้อยตามและ เห็นข้อดีของการแปรงฟัน หรือเวลาจะแปรงฟันก็ให้เปิดเพลงและคุณแม่ก็มาแปรงฟันพร้อมๆไปกับน้อง ให้ลูกรักรู้สึกว่าการแปรงฟันเป็นสิ่งที่สนุก ก็จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีเกี่ยวกับการแปรงฟันให้กับลูกรักได้นะคะ

 

จากที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่า คุณแม่เป็นบุคคลสำคัญที่จะช่วยวางรากฐานการดูแลรักษาสุขภาพปากและฟันที่ดี ให้กับลูกรัก ซึ่งหากคุณแม่ปรับเรื่องการแปรงฟันให้กลายเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน ระหว่างที่แปรงฟันให้ลูกก็ยิ้มและชื่นชมน้องไปด้วย ก็จะทำให้ลูกรักกลายเป็นเด็กที่ชอบการแปรงฟัน และมีสุขภาพในช่องปากที่สมบูรณ์แข็งแรงได้ในอนาคตค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.board.fortunestars.com/board.php?newsId=854

—————————————————–

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.board.fortunestars.com

ภาพประกอบจาก : www.thaibabyguide.net ,  www.samitivejhospitals.com

Original article from : www.johnsonsbabyclub.com/newborn