การเลือกเสื้อผ้าเด็กให้ลูกน้อยอย่างไรให้ห่างไกล “ผื่นภูมิแพ้”


การเลือกเสื้อผ้าเด็กให้ลูกน้อย อย่างไรห่างไกลจาก “ผื่นภูมิแพ้”

ปัจจุบันเสื้อผ้าเด็กมีให้เลือกหลายแบบ แต่คุณแม่ยุคใหม่ก็ใช่ว่าจะเลือกเพราะความสวยเก๋อย่างเดียวเท่านั้น

ต้องพิถีพิถันในการเลือกเสื้อผ้าเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อยด้วย เพราะหากเลือกไม่ดีอาจทำให้ลูกเสี่ยงต่อการเกิดผื่นภูมิแพ้ได้โดย นพ.ธัญธรรศ โสเจยยะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง ประจำศูนย์ผิวหนังและเลเซอร์ โรงพยาบาลวิภาวดีแนะนำผ่านทีมงาน Life &Family ว่า สิ่งสำคัญใกล้ตัวที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม และอาจเป็นสาเหตุของการเกิดผื่นภูมิแพ้แก่ลูกรักนั่นคือ การเลือกเสื้อผ้าเด็กให้ลูก เนื่องจากเสื้อผ้าที่ลูกใส่อาจทำให้ผิวหนังลูกระคายเคือง เกิดการอับชื้นจนทำให้เกิดผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง มีอาการอักเสบและคันได้

“ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เป็นโรคผิวหนังอักเสบแบบเรื่อรังที่มีสถิติพบบ่อยมากที่สุดในเด็ก ประมาณ 1 ใน 3 ของลูกรักที่ป่วยเป็นโรคผื่นภูมิแพ้นี้ จะมีอาการของโรคต่อเนื่องจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเรียนและการทำงานในอนาคต เด็กที่อยู่ในช่วงวัย 5 ขวบ มีความเสี่ยงที่จะป่วยและมีอาการผื่นภูมิแพ้ได้ถึง 80-90 % เพราะชั้นผิวหนังของลูกรักที่มีความบอบบาง และละเอียดอ่อนมากกว่าผู้ใหญ่ทำให้ผิวเปิดรับต่อสิ่งเร้าทั้งรังสียูวี สารเคมีและสารก่ออาการแพ้ต่างๆ ได้มากกว่าผู้ใหญ่ถึง 3 เท่า จึงเกิดอาการระคายเคืองและแพ้ง่ายโดยเฉพาะโรคผื่นแพ้ผิวหนัง” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังเผย

สำหรับโรคผื่นแพ้ผิวหนังดังกล่าวนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังท่านนี้บอกว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากการเลือกซื้อผ้าไม่ถูกวิธี ดังนั้นจึงมีแนวทางดี ๆ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ในการเลือกซื้อเสื้อผ้าเด็กให้ลูกดังต่อไปนี้ค่ะ

1. ควรเลือกเสื้อผ้าจากผ้าที่ทำมาจากใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าออร์แกนิก คอตตอน100% เนื่องจากเป็นเส้นใยที่มีความแข็งแรงทนทานและเหนียวนุ่ม การเกาะของไรฝุ่น มีโพรงอากาศมากทำให้ระบายอากาศได้ดี ไม่ทำให้เกิดการแพ้ จึงปลอดภัยสูงสุดต่อสุขภาพลูกรัก

2. พิจารณาเสื้อผ้าที่มีการตัดเย็บล

ะเอียดเรียบร้อย

3. ไม่มีตะเข็บ หรือขอบที่อาจเสียดสีผิวบอบบางของลูกให้เกิดการระคายเคือง

4. เสื้อผ้าไม่มีด้ายหลุดลุ่ยที่อาจเกี่ยวพันอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของลูกน้อย

“ผิวเด็กค่อนข้างบอบบางกว่าผู้ใหญ่ จึงต้องเลือกเสื้อผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี เมื่อเด็กสวมใส่เสื้อผ้าแล้วไม่ร้อนจนเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้เกิดเป็นโรคผิวหนัง และโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้ง่าย” 

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังคุณหมอคนเดียวกันนี้กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากความใส่ใจในการเลือกซื้อเสื้อผ้าให้ลูกแล้ว การหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณไรฝุ่นจะช่วยให้ลูกรักเสี่ยงต่อการเกิดผื่นภูมิแพ้น้อยลง โดยหันมาใช้วัสดุคลุมเครื่องนอน ซักปลอกหมอน และผ้าปูที่นอนทุก 1-2 สัปดาห์ ด้วยน้ำร้อน 55-60 องศาเซลเซียส ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดผื่นภูมิแพ้ได้แล้วไม่เพียงเท่านั้น ปัจจัยอย่าง อาหาร สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว แมลง ขนสัตว์ และเชื้อโรคต่าง ๆ ล้วนส่งผลให้ผิวของลูกเกิดผื่นแพ้ได้เช่นกัน เช่น เป็นผดผื่นแดง เกิดเป็นขุยผิวแห้ง มีตุ่มแดงและตุ่มน้ำใส หรืออาจจะมีน้ำเหลืองร่วมด้วย พบได้บริเวณแก้ม ข้อศอก แขน และข้อพับ สำหรับเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป ลักษณะอาการจะปรากฏชัด แต่ถ้าเป็นเด็กโต

ขึ้นมาหน่อย พบได้ตามบริเวณใบหู ซอกคอ ข้อพับแขน และขา ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดการติดเชื้อทางระบบผิวหนังได้

“คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นสังเกตอาการแพ้ผิวของลูกน้อย และควรรีบไปรักษาตามอาการ โดยวิธีการรักษาส่วนใหญ่จะรักษาตามอาการแล้วก็ลดตัวกระตุ้นทั้งหมด ถ้าเกิดเป็นน้ำหนอง ควรไปพบแพทย์ดีกว่า เพราะมีโอกาสติดเชื้อสูงมาก ต้องใช้อย่าฆ่าเชื้อ และยาลดอาการคันร่วมกัน”

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังเผย พร้อมทั้งฝากให้ทุกครอบครัวไม่ควรมองข้ามสุขภาพผิวของลูกน้อย

ดังนั้น การดูแลเอาใจใส่ลูกรักตั้งแต่วัยแรกเกิด จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ควรใส่ใจ โดยการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดจากธรรมชาติให้ลูก เพื่อให้ลูกตัวน้อยปราศจากโรคภัย เป็นเด็กที่มีสุขภาพดี และมีรอยยิ้มที่แสนน่ารักสดใส สมเป็นที่สุดในดวงใจของคุณพ่อคุณแม่ค่ะ

Original article from : http://www.mamybabyshop.com/