โรคและภัยจากอุบัติเหตุของของเด็กวัยสี่เดือน


โรคและภัยของวัยสี่เดือน

หลัง จากผ่านวันคลอดมาได้สี่เดือน คุณแม่คงปรับตัวเข้ากับการเลี้ยงดูลูกน้อยได้พอสมควร และอาจคิดว่าอะไร ๆ ก็น่าจะเข้าที่เข้าทาง จนไม่ต้องเป็นห่วงมากมายแล้ว ลูกน้อยที่อายุได้สี่เดือน ก็ดูเหมือนว่ายังเป็นเด็กเหลือเกินที่จะก่อเรื่องซนหรือวุ่นวาย อย่างมากก็มีแค่ร้องไห้บ้างเท่านั้น แต่เชื่อไหมว่า วัยนี้ก็มีเรื่องโรคและภัยใกล้ตัวที่คุณแม่ต้องคอยดูแลแล้ว ดังนั้นจะวางใจไปซะทั้งหมดก็คงไม่ได้แล้วล่ะ

โรคใดบ้างที่หนูน้อยวัยสี่เดือนต้องระวัง

โรคติดเชื้อ
ส่วนใหญ่เด็กวัยนี้มักได้รับเชื้อโรคจากทางลมหายใจ ทางอาหารหรือน้ำดื่ม เพราะเด็กวัยนี้ยังเล็ก ระบบภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ยังไม่แข็งแรง จึงมีโอกาสติดเชื้อโรคผ่านจากช่องทางต่าง ๆ ได้ง่าย คุณแม่จึงต้องระวังเป็นพิเศษ โรคติดเชื้อบางโรค สามารถป้องกันได้ โดยให้ลูกฉีดและกินวัคซีนตามกำหนด ซึ่งคุณแม่ควรจะมีสมุดตารางการฉีดวัคซีน และบันทึกการฉีดวัคซีนของลูก เพื่อดูว่าลูกควรได้รับวัคซีนตัวใดบ้าง และได้รับครบถ้วนหรือยัง

โรคซ่อนเร้น
ส่วนใหญ่เป็นโรคที่เกิดจากการพิการบางอย่างมาตั้งแต่กำเนิด แต่ก็ไม่เสมอไป โรคซ่อนเร้น อาจจะเป็นโรคทางพันธุกรรม โรคโลหิตจาง หรือแม้แต่โรคขาดอาหารก็เป็นได้ ซึ่งสำหรับลูกน้อยที่ไม่ยอมกินนม หรือกินน้อยมาก คุณแม่ควรกลับไปดูว่า น้ำหนักแรกคลอดของลูกอยู่ที่เท่าใด เมื่อเค้าอายุได้ 4 เดือนแล้ว น้ำหนักควรจะหนักเป็น 2 เท่าของน้ำหนักแรกคลอด และเป็น 3 เท่าเมื่ออายุ 1 ขวบ ซึ่งคุณแม่ควรจะจดบันทึกน้ำหนักของลูกตามอายุว่าหนักเท่าใด สิ่งที่จะช่วยคุณแม่ได้ก็คือ ในสมุดบันทึกการฉีดวัคซีนจะมีตารางแสดงการเจริญเติบโต อยู่ คุณแม่สามารถนำมาเปรียบเทียบวัดกับลูกน้อยได้ค่ะ หากว่าเค้าตัวใหญ่หรือเล็กเกินไป เมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ยตามวัยของเค้า คุณแม่ก็ควรพาเค้าไปหาคุณหมอเพื่อตรวจเช็กร่างกายตั้งแต่เนิ่น ๆ

ภัยจากอุบัติเหตุ
อาจจะเป็นการพลัดตกหรือหกล้ม เพราะเด็กวัยนี้สามารถพลิกคว่ำได้แล้ว ซึ่งเป็นพัฒนาการตามวัยของเค้า ดังนั้น หากคุณแม่อุ้มเค้าวางไว้บนเตียงโดยไม่มีที่กั้นหรือไม่ถูกจับตามอง เค้าอาจจะพลิกจนตกลงมาจากเตียงก็ได้ พัฒนาการอีกอย่างหนึ่งของเด็กวัยนี้ ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ก็คือ เค้าสามารถใช้มือคว้าหยิบของใกล้ตัวมาได้แล้ว ซึ่งหากว่าสิ่งที่เค้าคว้าไปโดนเป็นของร้อน เช่น น้ำร้อน เทีย

น อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงได้ หรือหากว่าเค้าหยิบของมาเข้าปาก อาจจะหยิบของชิ้นเล็ก ๆ มากิน แล้วเกิดติดคอหรืออุดทางเดินหายใจก็ได้ ดังนั้น เรื่องอุบัติภัยคงเป็นอีกเรื่องที่คุณแม่วางใจไปไม่ได้เลย

วิธีป้องกัน
1. คุณแม่ควรตรวจสอบสุขภาพร่างกายของลูกน้อยเสมอ เช่น เรื่องอาหารการกิน การขับถ่าย เพราะเด็กวัยนี้ระบบย่อยอาหารยังไม่สมบูรณ์ ยิ่งถ้าคุณแม่ให้เค้ากินของพวกแป้งหรือข้าว ก็ยิ่งย่อยยากอาจจะท้องอืด หรืออุดตันทางเดินอาหารได้เหมือนกัน
2. ดูแลเรื่องความสะอาด โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวลูก เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากเชื้อโรค

3. คุณแม่ควรให้ลูกฉีดวัคซีนตามเวลาที่กำหนด เพราะโรคบางอย่างสามารถป้องกันได้อย่างเด็ดขาด ด้วยการให้ฉีดหรือหยอดวัคซีนป้องกัน
4. เมื่อเห็นอาการผิดปกติ ให้พาลูกน้อยไปหาคุณหมอเพื่อตรวจเช็คร่างกาย รวมถึงไปตรวจสุขภาพตามที่คุณหมอนัดด้วย
5. อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันได้ หากคุณแม่รอบคอบและใส่ใจมากขึ้นอีกนิด เพื่อเรื่องน่าเศร้าจะได้ไม่เกิดขึ้นค่ะ
ทั้งโรคและภัยของลูกน้อยวัย 4 เดือน ที่ยังเล็กแบบนี้ ต้องอาศัยคุณแม่ในการช่วยหนูปลอดโรคและปลอดภัยแล้วล่ะ

ขอขอบคุณ : M&C แม่และเด็ก

Original article from : http://baby.kapook.com/


โรคและภัยของวัยสี่เดือน

หลังจากผ่านวันคลอดมาได้สี่เดือน คุณแม่คงปรับตัวเข้ากับการเลี้ยงดูลูกน้อยได้พอสมควร และอาจคิดว่าอะไร ๆ ก็น่าจะเข้าที่เข้าทาง จนไม่ต้องเป็นห่วงมากมายแล้ว ลูกน้อยที่อายุได้สี่เดือน ก็ดูเหมือนว่ายังเป็นเด็กเหลือเกินที่จะก่อเรื่องซนหรือวุ่นวาย อย่างมากก็มีแค่ร้องไห้บ้างเท่านั้น แต่เชื่อไหมว่า วัยนี้ก็มีเรื่องโรคและภัยใกล้ตัวที่คุณแม่ต้องคอยดูแลแล้ว ดังนั้นจะวางใจไปซะทั้งหมดก็คงไม่ได้แล้วล่ะ

โรคใดบ้างที่หนูน้อยวัยสี่เดือนต้องระวัง

โรคติดเชื้อ
ส่วนใหญ่เด็กวัยนี้มักได้รับเชื้อโรคจากทางลมหายใจ ทางอาหารหรือน้ำดื่ม เพราะเด็กวัยนี้ยังเล็ก ระบบภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ยังไม่แข็งแรง จึงมีโอกาสติดเชื้อโรคผ่านจากช่องทางต่าง ๆ ได้ง่าย คุณแม่จึงต้องระวังเป็นพิเศษ โรคติดเชื้อบางโรค สามารถป้องกันได้ โดยให้ลูกฉีดและกินวัคซีนตามกำหนด ซึ่งคุณแม่ควรจะมีสมุดตารางการฉีดวัคซีน และบันทึกการฉีดวัคซีนของลูก เพื่อดูว่าลูกควรได้รับวัคซีนตัวใดบ้าง และได้รับครบถ้วนหรือยัง

โรคซ่อนเร้น
ส่วนใหญ่เป็นโรคที่เกิดจากการพิการบางอย่างมาตั้งแต่กำเนิด แต่ก็ไม่เสมอไป โรคซ่อนเร้น อาจจะเป็นโรคทางพันธุกรรม โรคโลหิตจาง หรือแม้แต่โรคขาดอาหารก็เป็นได้ ซึ่งสำหรับลูกน้อยที่ไม่ยอมกินนม หรือกินน้อยมาก คุณแม่ควรกลับไปดูว่า น้ำหนักแรกคลอดของลูกอยู่ที่เท่าใด เมื่อเค้าอายุได้ 4 เดือนแล้ว น้ำหนักควรจะหนักเป็น 2 เท่าของน้ำหนักแรกคลอด และเป็น 3 เท่าเมื่ออายุ 1 ขวบ ซึ่งคุณแม่ควรจะจดบันทึกน้ำหนักของลูกตามอายุว่าหนักเท่าใด สิ่งที่จะช่วยคุณแม่ได้ก็คือ ในสมุดบันทึกการฉีดวัคซีนจะมีตารางแสดงการเจริญเติบโต อยู่ คุณแม่สามารถนำมาเปรียบเทียบวัดกับลูกน้อยได้ค่ะ หากว่าเค้าตัวใหญ่หรือเล็กเกินไป เมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ยตามวัยของเค้า คุณแม่ก็ควรพาเค้าไปหาคุณหมอเพื่อตรวจเช็กร่างกายตั้งแต่เนิ่น ๆ

ภัยจากอุบัติเหตุ
อาจจะเป็นการพลัดตกหรือหกล้ม เพราะเด็กวัยนี้สามารถพลิกคว่ำได้แล้ว ซึ่งเป็นพัฒนาการตามวัยของเค้า ดังนั้น หากคุณแม่อุ้มเค้าวางไว้บนเตียงโดยไม่มีที่กั้นหรือไม่ถูกจับตามอง เค้าอาจจะพลิกจนตกลงมาจากเตียงก็ได้ พัฒนาการอีกอย่างหนึ่งของเด็กวัยนี้ ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ก็คือ เค้าสามารถใช้มือคว้าหยิบของใกล้ตัวมาได้แล้ว ซึ่งหากว่าสิ่งที่เค้าคว้าไปโดนเป็นของร้อน เช่น น้ำร้อน เทีย

น อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงได้ หรือหากว่าเค้าหยิบของมาเข้าปาก อาจจะหยิบของชิ้นเล็ก ๆ มากิน แล้วเกิดติดคอหรืออุดทางเดินหายใจก็ได้ ดังนั้น เรื่องอุบัติภัยคงเป็นอีกเรื่องที่คุณแม่วางใจไปไม่ได้เลย

วิธีป้องกัน
1. คุณแม่ควรตรวจสอบสุขภาพร่างกายของลูกน้อยเสมอ เช่น เรื่องอาหารการกิน การขับถ่าย เพราะเด็กวัยนี้ระบบย่อยอาหารยังไม่สมบูรณ์ ยิ่งถ้าคุณแม่ให้เค้ากินของพวกแป้งหรือข้าว ก็ยิ่งย่อยยากอาจจะท้องอืด หรืออุดตันทางเดินอาหารได้เหมือนกัน
2. ดูแลเรื่องความสะอาด โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวลูก เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากเชื้อโรค

3. คุณแม่ควรให้ลูกฉีดวัคซีนตามเวลาที่กำหนด เพราะโรคบางอย่างสามารถป้องกันได้อย่างเด็ดขาด ด้วยการให้ฉีดหรือหยอดวัคซีนป้องกัน
4. เมื่อเห็นอาการผิดปกติ ให้พาลูกน้อยไปหาคุณหมอเพื่อตรวจเช็คร่างกาย รวมถึงไปตรวจสุขภาพตามที่คุณหมอนัดด้วย
5. อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันได้ หากคุณแม่รอบคอบและใส่ใจมากขึ้นอีกนิด เพื่อเรื่องน่าเศร้าจะได้ไม่เกิดขึ้นค่ะ
ทั้งโรคและภัยของลูกน้อยวัย 4 เดือน ที่ยังเล็กแบบนี้ ต้องอาศัยคุณแม่ในการช่วยหนูปลอดโรคและปลอดภัยแล้วล่ะ

ขอขอบคุณ : M&C แม่และเด็ก

Original article from : http://baby.kapook.com/